CBB – coffee borer beetle

สวัสดีปีใหม่ครับ ปีที่แล้วเราไม่ค่อยได้อัพเดตบล็อกสักเท่าไหร่ เพราะไม่รู้จะเขียนอะไร ปีใหม่นี้ผมตั้งใจอัพเดตบล็อกให้ได้อย่างน้อยเดือนละครั้ง ถ้าไม่มีเรื่องราวความรู้ในแวดวงกาแฟก็จะขอโพสต์ขายของแทนละกันครับ จะได้ไม่ลืมว่ายังมีเพจนี้อยู่นะครับ ^^ Continue reading

how we roast our coffee?

เนื่องจากมีลูกค้าสอบถามมาถึงขั้นตอนการผลิตกาแฟคั่วของแฮปปี้เอสเพรสโซ เราจึงขอชี้แจงดังนี้

1. ขั้นตอนการจัดหาวัตถุดิบ

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนแรกสุดและสำคัญที่สุด เจ้าหน้าที่จัดหากาแฟดิบ (green coffee buyer) จะสำรวจพื้นที่ปลูกกาแฟตามดอยต่างๆ และเข้าไปดูในระหว่างฤดูเก็บเกี่ยวเพื่อสังเกตคุณภาพการเก็บเกี่ยว และการแปรรูปหลังการเก็บเกี่ยว เจ้าหน้าที่ของเราจะพูดคุยกับเกษตรกรเพื่อทำความเข้าใจถึงระดับมาตรฐานการจัดการที่ดี และฟีดแบ็คผลการชิมกาแฟตัวอย่างจากโรงคั่ว บอกให้เกษตรกรรู้สิ่งที่โรงคั่วของเราต้องการเพื่อร่วมกันพัฒนาให้คุณภาพของกาแฟดีขึ้นทุกปี เรายินดีจ่ายราคาสูงกว่าราคาตลาดตามคุณภาพกาแฟที่สูงขึ้น เป็นค่าหยาดเหงื่อและความตั้งใจของเกษตรกร

2. ขั้นตอนการคั่ว

เมื่อทำการตรวจรับกาแฟเข้าห้องเก็บกาแฟของเราที่กรุงเทพฯ แล้ว คนคั่วกาแฟของเราจะทำการวัดความชื้นและความหนาแน่นของเมล็ดกาแฟเพื่อกำหนดโพรไฟล์การคั่วกาแฟเบื้องต้น หลังจากนั้น roastmaster จะคั่วกาแฟตัวนั้นแบบ single origin และชิมรสชาติเพื่อกำหนดแนวทางการใช้ในเบลนด์ต่างๆ ของเรา ซึ่งมีทั้งการเบลนด์ก่อนคั่วและเบลนด์หลังคั่ว และเป็นผู้กำหนดว่ากาแฟตัวไหนจะเบลนด์กับอะไรในสัดส่วนเท่าไหร่โดยใช้การชิมอย่างละเอียดทั้งแบบคัปปิ้งและชงผ่านเครื่องเอสเพรสโซ

เมื่อเราปรับจนได้สูตรที่เหมาะสมแล้วก็จะนำไปใช้ผลิตจริง คนคั่วกาแฟของเราจะทำการคั่วตามสูตรโดยมีการจดบันทึกอุณหภูมิและเวลาที่ใช้ในการคั่วโดยตลอด หากมีกาแฟถังไหนที่ผิดเพี้ยนไปจากมาตรฐานเราจะ hold ไว้ก่อนเพื่อรอการตรวจสอบอย่างละเอียด เมื่อคั่วเสร็จเราจะปล่อยเมล็ดกาแฟผ่านเครื่อง destoner เพื่อคัดแยกเอาหินหรือก้อนกรวดที่อาจปนเปื้อนมากับกาแฟได้

3. ขั้นตอนการตรวจสอบ

เมื่อคั่วกาแฟเสร็จในแต่ละถัง หลังจากนั้น 15 นาทีจะต้องนำเมล็ดกาแฟไปตรวจสอบด้วยเครื่องวัดสี Agtron ที่ใช้เป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมการคั่วกาแฟ โดยเราวัดทั้งสีของเมล็ดกาแฟและสีของผงกาแฟที่เพิ่งบด เพื่อดูการ develop ของเมล็ดกาแฟ กาแฟคั่วถังไหนที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของเราจะต้องทำลายทิ้ง และจะมีการสุ่มตรวจกาแฟด้วยการชิมรสชาติเพื่อให้มั่นใจว่ากาแฟที่เราผลิตจริงมีรสชาติตรงตามที่ต้องการ

4. ขั้นตอนการบรรจุและจัดส่ง

เมื่อกาแฟผ่านการตรวจสอบด้วยเครื่องวัดสีแล้วจะนำไปบรรจุทันที เพื่อให้เมล็ดกาแฟสัมผัสออกซิเจนน้อยที่สุด โดยเราใช้วิธีปล่อยให้กาแฟดีแกสในถุง สำหรับกาแฟเบลนด์ปกติที่มีการหมุนเวียนเร็ว เราเจาะรูเล็กๆ ที่ถุงเพื่อไม่ให้ถุงบวมจนแตก ส่วนกาแฟนอกที่ราคาแพงเราจะใส่ one-way valve เพื่อป้องกันไม่ให้ออกซิเจนย้อนกลับเข้ามาในถุงได้ เป็นการยืดอายุการเก็บออกไปอีกเล็กน้อย

เราเป็นโรงคั่วกาแฟเล็กๆ ที่เกิดจากร้านกาแฟเล็กๆ เพื่อร้านกาแฟเล็กๆ เรารู้ดีว่าร้านกาแฟเล็กๆ ต้องการกาแฟคั่วใหม่ เราจึงระบุวันคั่วไว้ที่ถุง เรารู้ว่าร้านกาแฟเล็กๆ ไม่อยากเก็บสต็อกกาแฟจำนวนมาก เราจึงไม่มี minimum order คือแม้คุณสั่งกาแฟเพียง 250 กรัมเราก็ยินดีขายให้ เรารู้ว่าร้านกาแฟเล็กๆ อยากมีเบลนด์ของตัวเอง ขอเพียงบอกเรามาว่าคุณชอบกาแฟอะไร รสชาติประมาณไหน และมีงบประมาณเท่าไหร่ เรายินดีเบลนด์ให้ตามต้องการ เราเคารพในเมล็ดกาแฟ เคารพในความลำบากของเกษตรกร และเคารพในคำแนะนำของลูกค้าเสมอ เรารักที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา เราใช้แรงงานมนุษย์ในกระบวนการทั้งหมดของเรา ซึ่งอาจมีผิดพลาดได้บ้าง เราพยายามพัฒนาระบบขึ้นมาเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ถ้าหากลูกค้ารู้สึกว่ากาแฟที่ซื้อไปมีปัญหา เรายินดีเปลี่ยนให้โดยไม่มีเงื่อนไขเพื่อนำเมล็ดกาแฟนั้นกลับมาตรวจสอบ เมล็ดกาแฟที่เรารับคืนมานั้นจะถูกทำลายทิ้งและไม่มีการนำกลับไปบรรจุใหม่หรือเอาไปเบลนด์กับกาแฟอย่างอื่นอีกเด็ดขาด

หวังว่าบทความสั้นๆ นี้คงจะช่วยให้หลายคนเข้าใจและเห็นถึงความตั้งใจในการทำงานของเราตลอดเวลาเกือบสิบปีที่เราคั่วกาแฟมา ขอบคุณครับ

Porcelain Filter Coffee Maker

ต่อเนื่องจากโพสต์ที่แล้วเรื่องอุปกรณ์ชงกาแฟดื่มที่บ้าน พักหลังๆ นี่ผมชอบดื่มกาแฟที่ชงจากที่ชงกาแฟเซรามิคในรูปข้างล่างนี้มาก เพราะชงง่าย ไม่ต้องใช้ทักษะอะไรพิเศษ ไม่ต้องฝึกฝนลองผิดลองถูกกันเป็นแรมปี แถมรสชาติที่ได้ก็ใกล้เคียงกับรสชาติกาแฟตอนคัปปิ้งด้วย Continue reading

home coffee brewing revisited

ต้องยอมรับว่าช่วงนี้มีของเล่นสำหรับคนชอบชงกาแฟที่บ้านอย่างผมค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบดมือรุ่นต่างๆ อุปกรณ์ดริป+กาดริปสวยๆ filter แบบต่างๆ ให้ลองเล่น รวมถึง app ต่างๆ บน iphone ที่คิดหาจินตนาการกันขึ้นมาเพื่อเอาใจคอกาแฟทั่วโลก แต่ที่เพิ่งได้มาใหม่และคิดว่ามีประโยชน์มากๆ คือตาชั่งดิจิตอลที่สามารถ sync กับ app ใน iphone แล้วบอกว่า profile การชงกาแฟของเราเป็นอย่างไร Continue reading

DRM follow up, year 2

สืบเนื่องจากโพสต์เก่าเมื่อปีที่แล้ว เรื่องการจับคู่ให้ร้านกาแฟรู้จักกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ปีนี้เราได้ขึ้นไปติดตามผลว่าสิ่งที่เราได้พยายามเน้นย้ำกับเกษตรกรได้เกิดผลอย่างไรบ้าง Continue reading

Coffee at Home

สวัสดีคอกาแฟทุกท่านครับ เราไม่ได้อัพเดตบล็อกมานานมาพอสมควร แฟนๆ หลายคนจึงโทรมาถามว่าช่วยทำงานหน่อยได้ไหม อยากรู้เรื่องการชงกาแฟดื่มในบ้าน ในเมื่อถามมาแล้วจะไม่ทำให้ได้อย่างไรครับ

การชงกาแฟดื่มในบ้านไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องชงกาแฟราคาแพงๆ ขอเพียงรู้ว่าตัวเองชอบดื่มกาแฟแบบไหน เสาะหากาแฟคั่วเข้มหรืออ่อนในระดับต่างๆ กันมาลองดู แล้วพยายามปรับสูตรการชงให้ตรงกับรสชาติที่ชอบก็พอแล้วครับ ส่วนตัวผมเองเวลาตื่นมาตอนเช้าชอบกาแฟดำเพียวๆ ดื่มแบบไม่ใส่นมหรือน้ำตาล เพราะช่วยให้เข้าห้องน้ำได้เร็วดีและเลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้นจึงรู้สึกสบายตัวและกระปรี้กระเปร่า อีกอย่างช่วงนี้น้ำหนักตัวเริ่มขึ้น การดื่มกาแฟร้อนใส่นมหรือกาแฟเย็นที่ปรุงรสหวานมันย่อมไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพนัก

IMG_3745

นี่ครับ อุปกรณ์ชงกาแฟดื่มในบ้านที่ผมใช้เป็นประจำคือเครื่องบดมือ ตัวนี้เป็นของเก่าแก่ยี่ห้อ Peugeot จากฝรั่งเศส ได้มาจากเพื่อนผมที่เป็นช่างภาพกาแฟชื่อดังผู้ชื่นชอบเครื่องบดมือ ส่วนเครื่องชงจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามอารมณ์ บางทีก็ดริป บางทีก็เฟรนช์เพรส บางทีก็เคลฟเวอร์ดริปเปอร์ แต่เช้านี้เป็นแอโร่เพรสครับ

ส่วนตัวไม่ชอบฟิลเตอร์กระดาษที่มากับแอโร่เพรสเพราะรู้สึกว่ามันกรองออกมากเกินไป จะเอากระดาษยี่ห้ออื่นมานั่งตัดก็ขี้เกียจ บางบริษัทรู้ความจริงข้อนี้จึงทำฟิลเตอร์แบบเจาะรูออกมาขาย ผมซื้อมาใช้แต่ก็พบว่ามีฝุ่นตะกอนอยู่ในถ้วยมากไปอีก ด้วยความเรื่องมากก็เสาะหาจนเจอฟิลเตอร์ตะแกรงลวดสานละเอียดยิบตัวนี้ ข้อดีคือกรองตะกอนออกได้เยอะมาก แต่ยังคงอนุญาตให้น้ำมันหอมในกาแฟลงไปอยู่ในถ้วยได้เยอะ บอดี้จึงดีกว่ากรองโดยใช้กระดาษแต่ก็ทำให้รู้สึกว่าแอซิดิตี้ลดลงไปบ้าง กลิ่นรสสมดุลเหมาะกับการดื่มกาแฟตอนเช้าดีมาก แถมยังช่วยลดขยะได้นิดหน่อย

IMG_3752

เอาละ ก่อนจะชงให้ไปต้มน้ำให้เดือดก่อนครับ ระหว่างที่รอน้ำเดือดก็บดกาแฟ ผมจะตวงกาแฟด้วยช้อนตวงที่แถมมากับแอโร่เพรส บดหยาบประมาณน้ำตาลทราายขาว เพื่อชงให้ได้กาแฟดำหนึ่งถ้วย ส่วนตัวไม่ชอบรสขมจึงชอบใช้กาแฟคั่วอ่อนที่นิยมเรียกกันว่า filter roast การคั่วแบบนี้จะไม่เห็นน้ำมันจับที่ผิวนอกของกาแฟ ถ้าตัวกาแฟมีคุณภาพดีจะไม่มีรสขมแต่จะเป็นเปรี้ยวและหวานตามธรรมชาติ กลิ่นหอมที่ได้เป็นโทนผลไม้ ดอกไม้ วานิลา เรียกว่าดื่มง่ายไม่เหมือนดื่มกาแฟดำทั่วไปที่จะติดรสขมจนต้องเติมน้ำตาล

IMG_3746

วิธีชงแอโร่เพรสที่ง่ายและทำซ้ำได้สะดวกที่สุดคือหงายแอโร่เพรสขึ้น เอากาแฟใส่ ใส่น้ำร้อนจนเกือบเต็ม คนๆ เล็กน้อยให้ผงกาแฟโดนน้ำอย่างทั่วถึง เติมน้ำร้อนจนเต็ม ตั้งทิ้งไว้ 2-3 นาที

IMG_3750

เวลาใช้ตัวฟิลเตอร์ให้หงายด้านที่เป็นแถบสแตนเลสขึ้น วางลงบนฝาพลาสติกเจาะรูสีดำ แล้วคว่ำลงปิดปากแอโร่เพรสไว้เพื่อไม่ให้อุณหภูมิตกลงเร็วเกินไป เมื่อครบเวลาก็คว่ำแอโรเพรสไว้บนถ้วยเซรามิคขนาดประมาณ 12 ออนซ์ที่มักแถมมาเวลาไปซื้อกาแฟ ไมโล หรือคอฟฟี่เมต เวลาคว่ำอาจมีหกเล็กน้อย เมื่อวางบนปากถ้วยมั่นคงดีแล้วก็ค่อยๆ เริ่มกดแอโร่เพรสลง ด้วยความที่บดกาแฟค่อนข้างหยาบจึงทำให้ไม่ต้องออกแรงมาก กดลงจนได้ยินเสียงอากาศเล็ดออกมาดังฟืด ไม่ต้องเค้นจนน้ำแห้งนะครับ

IMG_3755

จะได้กาแฟหนึ่งถ้วยพอดี เวลาผมดื่มกาแฟไม่ว่าจะเป็นเอสเพรสโซหรือกาแฟดำจะชอบคนให้กาแฟเข้ากันก่อนเพื่อให้รสชาติขมหวานเข้ากันได้ดีขึ้น ส่วนแอโร่เพรสให้หงายตั้งไว้จนหายร้อนแล้วค่อยทำความสะอาด

IMG_3756

ปกติถ้าใช้กระดาษกรองเราก็ถอดฝาพลาสติกเจาะรูสีดำแล้วกดกระบอกพลาสติกไปจนสุดทิ้งผงกาแฟพร้อมกระดาษได้เลย แต่เมื่อใช้ตะแกรงลวดก็จะมีผงกาแฟติดอยู่ที่ตะแกรงบ้าง ถ้าล้างทิ้งไปในอ่างล้างจานเลยก็อาจทำให้ท่อตันได้ในอนาคต ผมจึงมีเทคนิคเล็กน้อยมาฝาก คือก่อนจะถอดฝาพลาสติกออกให้หงายแอโร่เพรสขึ้นแล้วดึงกระบอกย้อนกลับมาเล็กน้อย กาแฟจะหลุดออกจากตะแกรงสแตนเลสได้บ้าง แล้วอาจใช้ช้อนกวาดผงกาแฟที่เหลือทิ้งไป

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการดื่มกาแฟครับ คราวหน้าจะเป็นเครื่องชงแบบไหนเดี๋ยวรอชมกัน

Singapore Coffee Crawl

ช่วงสุดสัปดาห์มีโอกาสกลับไปเที่ยวสิงคโปร์ครับ ตะก่อนเคยเรียนหนังสือที่นั่นอยู่สามสี่ปี ร้านกาแฟที่เป็นเชื้อเพลิงให้เรียนจบได้ก็คือสตาร์บัคส์กับคอฟฟี่บีนแอนด์ทีลีฟ ช่วงไหนกระเป๋าแห้งหน่อยก็ไปนั่งอัดกาแฟที่ฮอว์คเกอร์เซ็นเตอร์ (ศูนย์อาหารตามใต้แฟลต) ก่อนกลับขึ้นมาอ่านหนังสือในห้องสมุด สิบปีให้หลังมานี่ได้ยินเพื่อนๆ หลายคนเล่าให้ฟังว่าเดี๋ยวนี้ร้านกาแฟอินดี้เกิดใหม่ในสิงคโปร์เพียบ และกระแสการดื่มกาแฟก็เปลี่ยนไปมากจริงๆ จึงทำให้การเดินทางไปสิงคโปร์คราวนี้มีเป้าหมายเพื่อจะพิสูจน์หาเหตุผลว่ากระแสการเปิดร้านกาแฟสดของเขามาทีหลังเราทำไมเดี๋ยวนี้แซงหน้าเราไปแล้ว Continue reading

single origin appreciation

appreciation เป็นคำนามมาจากคำกริยา appreciate ซึ่งรากศัพท์ของนี้มาจากภาษาอังกฤษโบราณ apprize เป็นคำสองคำผสมกันคือ ad+price ดังนั้นคำว่า appreciate จึงมีความหมายในทำนองว่า เห็นคุณค่า หรือยกย่องว่ามีค่าสูง ในโลกนี้มีหลายอย่างที่เมื่อมองเผินๆ ก็เหมือนไม่มีค่า จนเมื่อได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้มัน เช่นวิชา music appreciation ก็เพื่อให้รู้จักคุณค่าที่มีอยู่ในบทเพลง ทำนองแบบนี้ เสียงแบบนี้ เรียกว่าไพเราะ การเรียนรู้ที่จะ appreciate สิ่งต่างๆ ในชีวิตก็คือการดำเนินชีวิตแบบคิดบวกอย่างหนึ่ง ท่ามกลางอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เมื่อเรามองหาคุณค่าของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านมานั้นก็จะทำให้ชีวิตเรามีความสุขขึ้น ยิ้มได้ง่ายขึ้น ปวดหัวน้อยลง และทางแก้ปัญหาก็จะปรากฏชัดเจนขึ้น

เกี่ยวอะไรกับกาแฟล่ะเนี่ย … Continue reading

Buy Local

BuyLocalในท่ามกลางกระแสทุนนิยมที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก คำถามมากมายที่ผุดขึ้นกลางวงสนทนาคือ จะทำอย่างไรให้ธุรกิจเล็กๆ ของคนท้องถิ่นอยู่รอดจากการถูกกินรวบโดยธุรกิจระดับพันล้านหมื่นล้าน คำตอบไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อเรียกจาก โชวห่วย เป็น โชว์สวย (ไม่น่าเชื่อว่านี่ออกมาจากมันสมองของคนระดับรัฐมนตรี) แล้วแต่งหน้าทาปากร้านค้าให้ดูสะอาดทันสมัย ทุกปัญหาแก้ได้ด้วยความเข้าใจเรื่องดีมานด์ซัพพลาย ถ้ามีคนซื้อก็มีคนขาย เช่น ยาม้า ที่ต่อให้เปลี่ยนไปอีกกี่ชื่อก็ยังขายได้ถ้ามีคนซื้อ ดังนั้นถ้าเราสามารถปลูกจิตสำนึกของคนซื้อ สร้างความต้องการสนับสนุนธุรกิจเล็กๆ ของคนท้องถิ่นขึ้นได้ ธุรกิจเล็กๆ ในท้องถิ่นก็อยู่ได้ด้วย

ผมไม่ได้ต่อต้านทุนนิยมนะครับ เพราะมันเป็นวิธีคิดแบบนึงที่พาโลกให้ก้าวหน้ามาได้จนถึงทุกวันนี้ แต่ในอีกด้านนึงทุนนิยมก็กำลังกัดกร่อนทรัพยากรของโลกไปมาก ตัวอย่างง่ายๆ คือเรื่องข้าว ผมเคยอ่านเจอเรื่องสายพันธุ์ข้าวพื้นเมืองในแต่ละจังหวัด ที่เมื่อรวมทั้งประเทศเข้าไปแล้วก็มีมากมายอยู่พอสมควร ข้าวแต่ละพันธุ์ในแต่ละพื้นที่ถูกคัดเลือกโดยธรรมชาติแล้วว่ามันเหมาะกับพื้นที่แบบนั้น ปลูกได้ผลผลิตพอควรแต่ไม่ต้องใส่ปุ๋ยหรือบำรุงอะไรมากมาย รสชาติก็เป็นเอกลักษณ์ แต่เมื่อตลาดมีความต้องการข้าวแบบเดียว ชาวบ้านก็เแห่กันไปเอาเมล็ดพันธุ์ฟรีที่โฆษณาว่าได้ผลผลิตถึงเท่านั้นเท่านี้ตันต่อไร่ แล้วพอปลูกจริงกลับไม่ได้เพราะสายพันธุ์นั้นไม่ได้เหมาะกับพื้นที่ตรงนั้น ก็ต้องซื้อปุ๋ยเคมีซื้อยาฆ่าแมลงมาประโคมใส่เพื่อให้ผลผลิตดี สุดท้ายคนที่รวยไม่ใช่ชาวนาหรอก แต่เป็นพ่อค้าปุ๋ยเคมีและเสี่ยเจ้าของโรงสี แล้วคนที่เจ็บตัวคือชาวนาและธรรมชาติ

หันมาดูเรื่องกาแฟไทยเราบ้าง เราไม่ได้ปลูกกาแฟมาเป็นหลายร้อยปีเหมือนบางประเทศ ความเข้มแข็งทางปัญญาเรื่องกาแฟก็ไม่พร้อมเหมือนต่างประเทศ ส่วนตัวผมเองก็คิดว่ากาแฟไทยเรานั้นคุณภาพส่วนใหญ่ยังไม่ทัดเทียมกับกาแฟจากต่างประเทศ ถ้าเปรียบเป็นฟุตบอลอาชีพ การที่มีนักเตะต่างชาติเข้ามาค้าแข้งในไทยเป็นเรื่องดี เพราะนักเตะไทยจะได้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ ความมีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อม และได้พัฒนาฝีเท้าในสนามไปพร้อมๆ กัน การที่เราได้นำเข้ากาแฟจากต่างประเทศมาคั่วมาชงก็เป็นเรื่องดี เสร็จแล้วเราก็มาย้อนดูว่าเราจะหาทางพัฒนากาแฟไทยให้มีคุณภาพทัดเทียมกับเขาได้อย่างไร เพราะเอาเข้าจริงแล้วประเทศที่ปลูกกาแฟส่วนใหญ่ในโลกนี้ก็ไม่ได้เป็นประเทศที่เจริญกว่าหรือพัฒนาไปมากกว่าประเทศไทย ดังนั้นผมคิดว่ากาแฟไทยถ้าพัฒนาให้ดีถึงจุดหนึ่งก็จะดีกว่ากาแฟจากต่างประเทศได้

ผมจึงชอบแนวคิด Buy Local มากๆ ครับ เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นเพื่อปรับสมดุลการจับจ่ายใช้สอย หมุนเวียนเงินไปให้กับร้านค้าเล็กๆ หรือชุมชนท้องถิ่นได้ แนวคิดนี้มีต้นกำเนิดในอเมริกาประเทศที่บูชาทุนนิยมอย่างเร่าร้อน แนวคิดนี้สนับสนุนให้คนจับจ่ายซื้อผลผลิตและสินค้าที่กำเนิดในท้องถิ่น เหตุเพราะว่ามันสดใหม่กว่า มันอร่อยกว่า มันมีคุณภาพดีกว่า และในเวลาเดียวกันก็ทำให้เม็ดเงินไหลไปยังผู้ประกอบการรายเล็กๆ แทนที่จะไหลไปเข้ากระเป๋าของผู้ถือหุ้นธุรกิจพันล้านหมื่นล้าน ผมเห็นด้วยกับแนวคิดนี้เพราะส่วนตัวเคยได้ชิมกาแฟไทยที่คุณภาพดีมากๆ เทียบกับกาแฟไทยธรรมดาอีกสองสามตัวและกาแฟนำเข้าที่มาจากแหล่งเพาะปลูกดังๆ ของโลก ซึ่งผลออกมาคือกาแฟดีๆ ของเราชนะเขาได้แบบสบายๆ ภาษาอังกฤษเรียก วิธฟลายอิ้งคัลเล่อร์ส เลยทีเดียว

ผมว่าร้านกาแฟเล็กๆ หรือโรงคั่วขนาดจิ๋วๆ อย่างเราไม่ต้องรวบรวมเสื้อผ้าไปกันหนาวให้น้อง หรือจัดแคมเปญบริจาค 10 บาทในกาแฟทุกถ้วยเพื่อช่วยชาวเขา หรือเอางบ CSR พาบาริสต้าไปสร้างโรงเรียนบนดอยแบบบริษัทกาแฟใหญ่ๆ ก็ได้ ผมคุยกับเพื่อนผมที่ทำงานกับคนบนดอยและเป็นเจ้าของกาแฟวิธฟลายอิ้งคัลเล่อร์นั้น เขาบอกว่านี่เป็นการสร้างนิสัยที่ไม่ดีให้กับชาวบ้าน วันๆ ไม่ต้องทำอะไรนั่งคอยของบริจาคที่มาจากด้านล่าง ผมถามเขาว่าแล้วคนบนดอยต้องการอะไร คำตอบคือ เขาต้องการความรู้ที่จะมาช่วยเขาปลูกกาแฟ เขาต้องการสายพันธุ์ที่ดี เขาต้องการตลาดที่ยั่งยืนที่ให้ราคาเป็นธรรม

happy espresso ในฐานะที่เป็นโรงคั่วกาแฟเล็กๆ พยายามเต็มที่ในการเสาะหากาแฟไทยดีๆ มาบริการท่าน ร้านกาแฟที่สนใจสามารถเข้าร่วมแคมเปญ Buy Local กับเราได้ง่ายๆ เพียงติดสติกเกอร์ Buy Local ไว้ที่หน้าร้าน และจัดหาข้อมูลเกี่ยวกับกาแฟที่ท่านใช้เพื่อให้ลูกค้าที่มาดื่มกาแฟได้รับทราบ ช่วยกันคนละไม้คนละมือครับ

Arabica Coffee from Pai, Maehongsorn, Thailand

ผมรู้จักหมู่บ้านนี้จากการที่เราไปเยี่ยมหน่วยงานบำบัดผู้ติดยาเสพติดในเครือคริสตจักรวัฒนา ที่ตั้งอยู่ในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่นั่นผมได้รับเกียรติขึ้นพูดต่อหน้าที่ประชุมเรื่องการปลูกกาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ว่ากาแฟเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนในการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้าน ในหมู่ผู้ฟังมีส.อบต.นั่งฟังอยู่ด้วย เมื่อจบการประชุมจึงได้นั่งคุยกันนอกรอบ แล้วเราก็นัดกันไปดูหมู่บ้านเล็กๆ ในตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย เพราะว่าที่นั่นมีคนปลูกกาแฟอยู่บนดอย Continue reading