วันก่อนได้ไปเดินเล่นที่ร้านหนังสือ เห็นหนังสือ Harvard Business Review’s 10 Must Reads ประจำปี 2026 ที่รวบรวมบทความสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ได้รับการตีพิมพ์ในปี 2025 มีบทความนึงเกี่ยวกับกลยุทธ์อัจฉริยะของ Taylor Swift ด้วยความที่เพลงของเธอกำลังดังติดชาร์ตพอดี ประกอบกับอยากรู้ว่ากลยุทธ์ของนักร้องเพลงป๊อปคนนึงมันน่าสนใจขนาด HBR ต้องเอามาลงในหนังสือเล่มนี้เลยเหรอ ก็เลยซื้อมา
เอาเป็นว่าเราจะข้ามเรื่องประวัติของเธอ รางวัลความสำเร็จต่างๆ ที่เธอได้รับ มาลงรายละเอียดในหนังสือกันเลย ความสำเร็จของสวิฟต์สามารถอธิบายได้จากพฤติกรรมหลักสี่อย่าง ได้แก่ 1. การมุ่งเป้าไปยังตลาดที่ยังไม่มีใครสนใจ 2. การมองหาโอกาสสร้างความผูกพันกับแฟนๆ อย่างต่อเนื่อง 3. การรักษา “ความระแวงเชิงสร้างสรรค์” ไว้เสมอ และ 4. การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแพลตฟอร์มต่างๆ
ในข้อแรก ตลาดที่ยังไม่มีใครสนใจก็คือกลยุทธ์ blue ocean คือการหนีจากตลาดที่มีการแข่งขันดุเดือดเลือดพล่าน แล้วหาดูว่ามีช่องว่างตรงไหนให้เรายืนบ้าง เทเลอร์บอกว่า เพลงคันทรีส่วนใหญ่ที่เธอได้ยินมักมีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตแต่งงาน เรื่องลูก และการตั้งรากฐานครอบครัว ซึ่งเธอรู้สึกว่าไม่เข้ากับเด็กวัยรุ่นอย่างเธอ และเธอคิดว่ายังมีเด็กวัยรุ่นที่ชอบฟังเพลงคันทรีเหมือนกับเธอที่ก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน ดังนั้นเนื้อเพลงคันทรีในอัลบั้มแรกของเธอจึงเกี่ยวกับความรักหรือสิ่งที่วัยรุ่นสนใจ ตอนนั้นทางผู้บริหารค่ายเพลงก็ไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่ด้วยยอดขายที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ามันมีความต้องการตรงนี้อยู่จริงๆ
พอมาถึงตรงนี้ผมก็อยากรู้เรื่อง blue ocean มากขึ้นเลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าหลักคิดของกลยุทธ์นี้คือเรื่องการหานวัตกรรมด้านคุณค่า (Value Innovation) แปลตรงๆ ก็คือตัวสินค้าและบริการที่นำเสนอมันสร้างคุณค่าอะไรใหม่ๆ ให้กับลูกค้าบ้าง โดยมีกรอบแนวคิดที่สำคัญสองอย่าง คือ ลด (Eliminate /Reduce) และ เพิ่ม (Raise / Create) คุณค่าของสินค้าและบริการที่เรานำเสนอทำให้การแข่งขันไม่สำคัญอีกต่อไป ในวงการกาแฟปัจจุบันตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ Luckin Coffee

ก่อนหน้าลัคกิ้นจะเกิดขึ้นมา ผู้ครองตลาดร้านกาแฟในประเทศจีนก็คือสตาร์บัคส์ ลัคกิ้นผู้มาใหม่จะทำร้านให้น่านั่งกว่าสตาร์บัคส์ก็คงยาก เค้าก็เลยคิดว่าถ้างั้นทำร้านไม่ต้องมีที่นั่ง (eliminate) ลดขนาดพื้นที่ ลดคน (reduce) แล้วใช้เทคโนโลยีมาช่วย นั่นคือออกแบบระบบการชงกาแฟที่ใช้เครื่องชงแบบอัตโนมัติ ทำให้สามารถทำกาแฟได้เร็ว (raise) กับแอพในการสั่งกาแฟที่ล้ำสมัยมากๆ ทำให้ร้านกาแฟเข้าไปอยู่ในมือถือของทุกคน กับโปรโมชั่นการลดราคาอันดุเดือดเพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ (create) ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย กับการค้นพบ blue ocean ขนาดใหญ่มากๆ ทำให้ลัคกิ้นเติบโตอย่างรวดเร็ว
สำหรับในไทย ร้านกาแฟที่ผมคิดว่าเคยเป็นผู้บุกเบิกน่านน้ำใหม่ก็คือ gallery drip coffee ในตลาดที่คนเปิดร้านกาแฟเมื่อสิบกว่าปีก่อนต้องเริ่มที่การซื้อเครื่องชงเอสเพรสโซ เครื่องบดกาแฟไฟฟ้า gallery drip ลดต้นทุนในการเปิดร้านที่ต้องหมดไปกับเครื่องชงกาแฟราคาแพง แล้วแนะนำให้คนรู้จักกาแฟดริปและเครื่องบดมือหมุนโบราณ กาแฟคั่วไม่เข้มเกินไปสำหรับชงกาแฟอ่อนๆ สไตล์ญี่ปุ่น ลีลาการหยดน้ำลงบนผงกาแฟอย่างช้าๆ เป็นจังหวะ ทำให้กาแฟที่คนเคยคิดว่าเป็นเครื่องดื่มแก้ง่วงกลายเป็นงานฝีมือที่น่าชื่นชม
ก่อนทุกคนจะออกไปลุยน่านน้ำใหม่ๆ ก็อยากบอกว่ามันก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน เราไม่รู้ว่าน่านน้ำนั้นจะมีปลาให้จับเยอะแค่ไหน ยิ่งต้องลงทุนทำนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ เพื่อสร้างคุณค่าที่ไม่มีคู่แข่งเคยทำก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูงมากขึ้นไปอีก ความเสี่ยงอีกอย่างก็คือถ้าคุณค่าใหม่ที่เราสร้างขึ้นมามันเลียนแบบได้ไม่ยาก ระยะเวลาในการอยู่ใน blue ocean ของเราก็จะสั้นลงเพราะทุกคนก็จะแห่มาที่นี่และมันจะกลายเป็นสีแดง
ไว้สัปดาห์หน้ามาต่อเรื่อง Taylor Swift นะครับ วันนี้ว่ายน้ำเหนื่อยละ ยังไม่เจอปลาซักตัว





