In Search for Single Dose Grinder

ภารกิจตามหาเครื่องบดแบบ single dose ที่ชอบยังคงดำเนินอยู่ต่อไปครับ คราวนี้มีสองตัว คือ Ceado E6C เราซื้อมาจาก Espressoman Supply และอีกตัว Varia VS6 Flat ซึ่งสั่งมาจากในเว็บ official ดังนั้นเราจะรีวิวตามที่เราสังเกตเห็นและสัมผัสได้อย่างจริงใจ เราสุดท้ายเราจะเทียบรสชาติกับเจ้า conical ตัวจิ๋ว Option-O Lagom Mini ในฐานะที่เป็น single dose เหมือนกัน

วันนี้เทสกับ Dalla Corte XT ปรับแรงดันไว้ที่ 4 บาร์และโฟลว์ 2.5g / sec ใช้กาแฟ French Roast ของเราซึ่งเป็นอราบิก้า 100% คั่วเข้ม ใช้กาแฟบด 18 กรัม ชงให้ได้น้ำกาแฟ 30 กรัม ใน 32 วินาที

หน้าตา Ceado จะดูเหมือนเครื่องบด commercial เอามาวางเอียงๆ 70 องศาแล้วถอดโถใส่กาแฟด้านบนออก อาจจะดูไม่สวยนักแต่มั่นใจได้ว่าอึดถึกทนแน่นอน การใช้งานไม่ซับซ้อน มีสองปุ่มเปิดปิดด้านขวา ใส่กาแฟลงไปด้านบน บดจนเสร็จแล้วตบๆ ไล่ลม ท่อผงกาแฟถอดทำความสะอาดง่ายแต่อยู่ค่อนข้างสูงเวลาบดจะมีฟุ้งบ้าง การปรับความละเอียดเป็นแบบ stepless เลือกได้ตั้งแต่หยาบมากสำหรับ french press ไปจนถึงละเอียดแบบ espresso การหมุนปรับทำได้ง่ายพอสมควร

ส่วน Varia เป็นทรงเหลี่ยมๆ เอียง 76.5 องศา มอเตอร์เป็นแบบ Brushless DC สามารถปรับความเร็วรอบได้ตั้งแต่ 500-1600 รอบต่อนาที มีปุ่มมัลติฟังก์ชันอยู่ด้านขวา กดทีแรกเปิดเครื่อง หมุนเพื่อปรับความเร็วรอบ กดอีกทีมอเตอร์ทำงาน กดอีกทีเพื่อหยุด ถ้วยรับผงกาแฟมีแม่เหล็กดูดให้ตรงกับตำแหน่งท่อผงกาแฟที่ถอดทำความสะอาดง่าย แต่ฟังก์ชั่นดีดเพื่อไล่ผงกาแฟค้างท่อทำได้ค่อนข้างลำบาก การปรับความละเอียดเป็นแบบ stepless ที่ลื่นมากจนคิดว่าตอนบดมันจะรูดไปตามแรงเสียดทานของผงกาแฟมั้ย ซึ่งพอได้ลองบดก็พบว่ามันไม่ขยับเลย อันนี้ประทับใจมาก

การถอดทำความสะอาดภายใน Ceado ใช้ไขควงขันน็อตสามตัวแล้วถอดออกมาได้ทั้งชิ้น สะดวก ง่าย ไม่ต้องกังวลว่าเบอร์บดจะเคลื่อน ส่วน Varia ไม่ต้องใช้เครื่องมือแต่ใช้ปรับเบอร์บดไปทางหยาบเรื่อยๆ จนมันหลุดออกมา grinding chamber ของ Varia ใหญ่มากเพราะถูกออกแบบมาให้เปลี่ยนฟันบดเป็นแบบ conical ได้ด้วย

การออกแบบลายฟันบดของ Ceado เป็นลายที่ค่อนข้างแปลก เค้าว่ามันเป็นลายแบบ multipurpose ขนาด 64 มม. ที่ยังคงรักษาความสม่ำเสมอของขนาดผงกาแฟไม่ว่าจะบดหยาบหรือละเอียด และจุดขายอีกอย่างก็คือการเคลือบ opalglide เพื่อเอาใจบาริสต้าที่ชอบพ่นน้ำใส่กาแฟก่อนบดเพื่อลดไฟฟ้าสถิตย์

ส่วน Varia เป็นฟันบดสแตนเลสขนาด 58 มม. แบบ blind burr คือซ่อนน็อตที่ยึดฟันบดไว้ด้านหลัง ทำให้มีพื้นที่ในการบดกาแฟเพิ่มขึ้น ผงกาแฟไหลผ่านฟันบดได้ราบรื่นขึ้น ไฟฟ้าสถิตย์น้อยลง ไม่ต้องทำความสะอาดตามซอกรูน็อต และสามารถทำให้ขนาดของผงกาแฟมีความสม่ำเสมอมากขึ้น ทีเด็ดกว่านั้นคือมีลายเฟืองและการเคลือบเฉพาะของ flat burr ให้เลือกถึง 5 แบบ และของ conical burr อีก 4 แบบ ทางผู้ผลิตอ้างว่าแต่ละแบบสามารถให้รสชาติที่แตกต่างกันตามความต้องการในการใช้งาน

ทีนี้มาดูจุดสำคัญสำหรับเครื่องบดแบบ single dose นั่นก็คือเรื่องผงกาแฟตกค้าง จากรีวิวในเน็ตบอกว่าเหลือผงกาแฟค้างน้อยมากๆ แต่เอาจริงๆ ก็ยังเจอว่ามีกาแฟค้างกันทั้งนั้น ส่วนจะมากน้อยยังไงรับได้ที่เท่าไหร่ก็แล้วแต่พิจารณาครับ

เราใช้วิธีทำความสะอาดเครื่องบดแบบเปิดเฟืองออกมา เพื่อเอาผงกาแฟที่ตกค้างข้างในทั้งหมดออก แล้วชั่งกาแฟ 18 กรัม บดจนเครื่องเงียบแล้วตบไล่ออกให้หมดเท่าที่จะทำได้ สำหรับ Ceado ตอนแรกก็ตกใจเหมือนกันว่าทำไมค้างเยอะ ปรากฏว่ายังตบออกมาไม่หมด ซึ่งยังค้างอยู่อีกพอสมควร โดยรวมเครื่องบดทั้งสองทำตรงนี้ได้ดีสมกับที่ตั้งใจให้ใช้งานในลักษณะนี้

สุดท้ายเมื่อชิมรสชาติ (กาแฟคั่วเข้ม) เทียบกันระหว่าง Lagom Mini, Ceado, และ Varia พบว่า กาแฟจากฟันบด Conical ของ Lagom Mini หวานสุด มีเนื้อสัมผัสที่ดี ส่วน Varia จะมี acidity ที่ชัดกว่า ไม่หวาน ไม่หนักเท่า ส่วน Ceado จะอยู่ตรงกลางระหว่างสองตัวนี้

สำหรับ Ceado ใครสนใจมาลองเล่นได้ที่ร้านครับ ส่วน Varia ขอยกกลับไปเทสที่แล็บบ้านๆ ลองเล่นกับความเร็วรอบ ลองเปลี่ยนเฟือง แล้วได้ความว่าอย่างไรจะมารายงานให้ทราบครับ

The Perfect Grinder

จั่วหัวมาแบบนี้อาจจะฟังดูโอเวอร์ไปหน่อย แต่ช่วงนี้กำลังสนใจเรื่องเครื่องบดกาแฟแบบ single dose สำหรับใช้ที่บ้าน และทาง Beanshere ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องบดกาแฟระดับไฮเอนด์ยี่ห้อ Bentwood ได้กรุณาให้เครื่องมาทดสอบดู ระหว่างนั้นได้พูดคุยปรึกษากับเพื่อนๆ หลายคนให้ความเห็นว่าเครื่องบดตัวนี้ให้รสชาติกาแฟที่สุดยอดมาก แต่อาจจะไม่เหมาะกับการใช้งานแบบ single dose ที่กำลังหาอยู่ เลยลองไปปรึกษา AI ว่าเครื่องบดกาแฟที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร

วัตถุประสงค์ในการใช้งานเครื่องบดกาแฟแบบ single dose คือ บดกาแฟทีละน้อยๆ พอชงกาแฟแค่ถ้วยหรือสองถ้วย และสามารถเปลี่ยนกาแฟไปได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องถอดเฟืองออกมาทำความสะอาดผงกาแฟของตัวก่อนที่หลงเหลืออยู่ในเครื่องบดเพราะกลัวว่าจะมาปะปนกับกาแฟตัวใหม่

เอาจริงๆ จากรูปที่ลองถอดออกมาดูพบว่ามีผงกาแฟเหลืออยู่บ้างตามจุดต่างๆ ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเครื่องบดกาแฟเอสเพรสโซที่เคยผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงช่องที่เป็นทางออกของผงกาแฟซึ่งปกติจะมีกาแฟติดอยู่ค่อนข้างมาก แต่ Bentwood ตัวนี้มีผงกาแฟเหลืออยู่น้อยมาก น่าจะเพราะการวางฟันบดในแนวตั้ง แรงโน้มถ่วงของโลกช่วยดึงผงกาแฟไหลออกจากเครื่องบดได้เร็วและไม่ติดค้างอยู่ข้างใน

ส่วนตัวคิดว่าจุดที่จะแยกความแตกต่างระหว่าง single dose grinder ออกจากเครื่องบดกาแฟปกติทั่วไป ก็น่าจะมีแค่จุดนี้จุดเดียวแหละ

ประการที่สองของเครื่องบดกาแฟที่ดี คือความแม่นยำของการตั้งศูนย์ของฟันบดทั้งสองตัวให้ได้ระนาบที่สุด ซึ่งมีผลมากๆ ต่อการกระจายตัวของผงกาแฟขนาดต่างๆ ที่บดได้ ยิ่งฟันบดมีขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ ยิ่งต้องมีความแม่นยำในการตั้งศูนย์มากเท่านั้น สำหรับ Bentwood ตัวนี้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางฟันบด 63 มม. ถือว่าเป็นขนาดกลางๆ อาจจะไม่ต้องเป๊ะขนาดไมครอนก็ได้

ฟันบดขนาด 180 มม. ของเครื่องบดกาแฟระดับอุตสาหกรรม ที่ต้องมีการตั้งศูนย์ละเอียดในระดับไมครอน หากต้องการขนาดผงกาแฟที่สม่ำเสมอมากๆ

ประการที่สาม อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว เครื่องบดกาแฟปกติจะยึดฟันบดกับเครื่องด้วยน็อต การมีรูน็อตทำให้ผงกาแฟติดอยู่ในรูน็อต และการไหลของผงกาแฟผ่านฟันบดอาจจะไม่ไหลลื่นเท่าที่ควร (จินตนาการว่าเรากำลังตัด/บดกาแฟด้วยมีดที่มันบิ่นไป) สองรูปด้านล่างเป็นฟันบดของ Ditting 804 กับ Ditting 805 (หรือที่มีอีกชื่อว่า Mahlkonig Tanzania) ที่มีลักษณะเหมือนกันทุกประการแต่ไม่มีรูน็อต วิธีการยึดฟันบดแบบไม่ให้มีรูน็อตก็มีหลายแบบด้วยกัน เช่นใช้แม่เหล็กแรงสูง หรือยึดน็อตจากด้านข้างหรือด้านหลัง กูรูกาแฟในเน็ตหลายคนให้ความเห็นว่ารูน็อตอาจจะไม่ได้ส่งผลต่อรสชาติเท่าไหร่ และปัจจัยอื่นๆ ของเครื่องบดกาแฟอาจส่งผลต่อคุณภาพของกาแฟบดมากกว่า ซึ่งถ้าจับมาชิมเปรียบเทียบก็น่าจะจริง แต่ส่วนตัวเกลียดการทำความสะอาดกาแฟในรูน็อตมาก และถ้าเลือกได้ก็อยากได้แบบไม่มีรูน็อตมากกว่า

การแคะผงกาแฟออกจากรูน็อตก็ค่อนข้างฟิน แต่หงุดหงิดอยู่อย่างเดียวคือแคะออกไม่หมดซักที

ปัจจุบันเครื่องบดกาแฟตัวเล็กๆ ราคาไม่แพงแบบ home grinder ก็มีหลายตัวที่เริ่มใช้ฟันบดแบบไม่มีรูน็อต หรือที่เรียกว่า blind burr แล้ว เช่น Ceado Life X ซึ่งเค้าโฆษณาว่าแม้จะมีขนาดกระทัดรัดเพียง 50 มม. แต่ให้พื้นที่หน้าตัดเท่ากับฟันบดขนาด 60 มม. เพราะแค่ไม่มีน็อต!

ฟันบดเล็กๆ ขนาด 58 มม.​ แต่มีรูน็อตให้แคะเศษกาแฟถึง 6 รู

ประการสุดท้ายคือเรื่องการปรับระยะห่างของฟันบด เนื่องจากเครื่องบดแบบ single dose จะเปลี่ยนกาแฟบ่อย และกาแฟแต่ละตัวก็จะต้องการความละเอียดที่ไม่เท่ากันในการชงแต่ละครั้ง อาจจะเปลี่ยนอุปกรณ์การชงไปเรื่อยๆ ซึ่งการปรับระยะห่างแบบ stepless ที่ง่ายและแม่นยำทำให้การชงกาแฟสะดวกสบายขึ้น

ตัวเลขบอกระยะห่างของ Bentwood ใช้หลัก micron มาอ้างอิง ซึ่งระยะจริงอาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย
วงแหวนปรับระยะฟันบดของ Bentwood ที่มีขนาดใหญ่มาก ยิ่งทำให้ปรับความละเอียดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

นอกนั้นก็จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น การออกแบบ รูปร่างหน้าตา การจัดวางปุ่มต่างๆ ที่กระทบต่อ workflow การชงกาแฟ วัสดุที่ใช้ผลิตตัวเครื่องและฟันบด เดี๋ยวนี้ผู้ผลิตก็มีการชุบเคลือบฟันบดด้วยวัสดุต่างๆ กันเพื่อเพิ่มความแข็งให้ตัดบดเมล็ดกาแฟได้ง่ายขึ้น เพิ่มความลื่นให้กาแฟไหลผ่านออกไปได้ง่ายขึ้น ซึ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อรสชาติของกาแฟบ้างไม่มากก็น้อย

โพสต์นี้พูดถึงแต่ฟันบดแบบแบน (flat burrs) แล้วฟันบดแบบทรงกรวย (conical) ล่ะ โดยธรรมชาติไม่มีรูน็อตขวางกลางอยู่แล้ว ผงกาแฟไหลจากบนลงล่าง และให้รสชาติที่แตกต่างจากแบบแบนพอสมควร ซึ่งก็แล้วแต่คนว่าชอบกาแฟรสชาติแบบไหน มองหารสชาติแบบไหนในกาแฟแต่ละตัว

โดยสรุป Bentwood อาจจะไม่ใช่ perfect single dose grinder ตามที่หลายคนได้ให้ความเห็นไว้ แต่เป็นเครื่องบดคุณภาพสูงจากสวิสเซอร์แลนด์ ให้รสชาติอันมีเอกลักษณ์ที่ดี มี workflow การทำงานที่ง่าย และเมื่อใช้เป็นเครื่องบดแบบ grind on demand ให้ปริมาณผงกาแฟที่แม่นยำมาก

ส่วนผมก็ต้องหาเครื่องบดกาแฟแบบ single dose ขนาดกระทัดรัดสำหรับใช้ในบ้านต่อไปครับ